สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง

โครงงาน
สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง

คำนำ

 

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนวิชา ชีวิตกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   GEED 106  ซึ่งเนื้อหาภายในประกอบด้วย บทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ ที่มาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ สมมติฐาน และเนื้อหาอื่นๆอีกมากมาย สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง เป็นโครงงานที่ต้องการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงและยุง ระหว่างหลอดแบล็คไลท์และผ้าดำ  และยังต้องการสร้างทดแทนเทคโนโลยีที่มีราคาแพงและสามารถนำสิ่งประดิษฐ์นี้ไป ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันคณะผู้จัดทำ ขอขอบคุณอาจารย์ศักดิ์ชัย ไชยรักษ์ ที่ให้คำปรีกษา และแก้ไขโครงงานจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงาน เรื่อง สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง จะสามารถช่วยแก้ปัญหา เรื่องแมลงและยุง ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างโทษมากมายให้แก่ประชาชน หากผู้ที่สนใจต้องการนำข้อมูลไปคิดสร้างสิ่งประดิษฐ์ชนิดอื่นที่มี ประสิทธิภาพสูง ทางผู้จัดทำยินดีที่
จะแนะนำและให้ข้อมูลเหล่านั้นแก่ท่านได้ไม่มากก็น้อย

 

                                                                             คณะผู้จัดทำ

สารบัญ

      เรื่อง                                                  หน้า                                                           

คำนำ                                                   ก

 

บทคัดย่อ                                              ข

 

กิตติกรรมประกาศ                                    ค

 

บทที่ 1                                                1-2

 

  • ที่มาเละความสำคัญ
  • วัตถุประสงค์
  • สมมติฐาน

 

บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง                        3-7

 

บทที่ 3 อุปกรณ์เเละวิธีการดำเนินงาน           8-12

 

  • วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา
  • วิธีการดำเนินงาน
  • ระยะเวลาในการดำเนินงาน
  • ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

 

บทที่ 4 การวิเคราะห์เเละรายงานผล            13-14

 

บทที่ 5 ผลการศึกษา                               15-16

 

  • ผลการทดลอง
  • ประโยชน์ที่ได้จากการทำโครงงาน
  • การอภิปราย/ข้อเสนอเเนะ

 

ภาคผนวก                                             17-19

 

บรรณานุกรม                                           20

 

ข้อมูลส่วนตัวผู้จัดทำ                                21-26

 
 

   

 

 บทคัดย่อ 

 

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง เป็นโครงงานระดับอุดมศึกษา
ที่ จัดทำขึ้นเพื่อ ศึกษาเปรียบเทียบการว่าประสิทธิภาพระหว่างหลอดแบล็คไลท์กับผ้าดำ พบว่า สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลอดแบล็คไลท์สามารถกำจัดแมลงได้ดีกว่าผ้าดำ ในขณะที่ใช้ผ้าดำ สามารถกำจัดยุงได้ดีกว่าใช้หลอดแบล็คไลท์ ทำให้ได้ข้อสรุปว่า ผ้ดำสามารถกำจัดยุงได้มีประสิทธิภาพมากกว่าหลอดแบล็คไลท์

 

 

 

 

 

 

กิตติกรรมประกาศ 

 

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง   สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง   จะสำเร็จลุล่วงได้ด้วย
ความกรุณาจาก อาจารย์ศักดิ์ชัย   ไชยรักษ์  ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์    ที่ได้ให้
ความคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์แก่การปรับปรุง แก้ไขโครงงานจนทำให้โครงงานสำเร็จ
คณะผู้จัดทำ จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้  ณ ที่นี้

 

 

 

 

 

บทที่  1
บทนำ

 

 

ที่มาและความสำคัญ 

 

            ในปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บมีมากมายนานับโรค โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน
โรค ที่มากับหน้าฝนและมักมีผู้คนเจ็บป่วยมาก คือ โรคไข้เลือดออก ซึ่งมียุงเป็นพาหนะนำโรค วิธีที่กำจัดยุงนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้สเปรย์ฉีด ใช้ธูปหอมไล่ยุง  ซึ่งมักมีกลิ่นรบกวนคนภายในบ้าน การใช้ไม้ช็อตยุง หรือแม้แต่ การหาเครื่องมือเทคโนโลยีทันสมัย ที่สามารถจะกำจัดแมลงและยุงไม่ให้มารบกวนนั้นก็มีอยู่ทั่วไป   และอาจมีราคาที่ไม่เอื้อต่อผู้ที่ต้องการ
คณะผู้จัดทำ  จึงศึกษา ค้นคว้าและทดลอง   สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง ขึ้น เพื่อทำการทดสอบว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลอดแบล็คไลท์ กับที่ใช้ผ้าดำคลุม  วิธีไหนที่จะช่วยกำจัดยุง
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

 


วัตถุประสงค์

 

  1. เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถกำจัดแมลงและยุงได้
  2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงและยุงระหว่างหลอดแบล็คไลท์กับผ้าดำ

 

สมมติฐาน
            1. สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลอดแบล็กไลท์สามารถกำจัดยุงและแมลงได้
2. สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลอดแบล็คไลท์ สามารถกำจัดยุงได้ดีกว่าแมลง
3. สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ผ้าดำ สามารถล่อยุงได้ดีกว่าแมลง 

 

 

 

 

 

บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โครงงาน เรื่อง สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง วัสดุหลักที่ใช้ในการทำ คือ  หลอดแบล็คไลท์
หลอดแบคไลท์ มองธรรมดามีลักษณะเหมือนกับหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือ
หลอด ไฟมีไส้   แต่หน้าที่ของมันมีความแตกต่างกัน   เมื่อเปิดสวิทซ์จะไม่ได้เห็นแสง  แต่ถ้านำไปเปิดในที่มืด สิ่งของบางอย่างจะสว่างขึ้น หรือแม้แต่เสื้อสีขาวก็จะสว่างขึ้น ขณะที่
หลอด แบคไลท์ให้แสงสีม่วงจางๆเท่านั้น  โดยทั่วไปแล้วเราสามารถพบหลอดไฟชนิดนี้ มักพบ ในสถานที่ เช่น ไนท์คลับ  สวนสนุก   ในหน่วยงานราชการ เช่น ธนาคารจะใช้ตรวจสอบธนบัตรปลอม หรือพวกนักสืบ มักใช้ตรวจหารอยนิ้วมือ  ในสวน ไร่นา ชาวนาจะใช้หลอดไฟเพื่อล่อยุงและแมลงเป็นต้น
 

การทำงานของหลอดแบล็คไลท์
 

 

 

 

จะมีการทำงานเช่นเดียวกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ เมื่อเราปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปในหลอดที่บรรจุก๊าซเฉื่อย และไอปรอท หลอดก็จะสว่าง หลอดแบล็คไลท์ไม่ได้ฉาบ
ด้วยฟอสฟอรัส จึงทำให้เห็นเป็นสีม่วงจางๆเมื่อสว่าง หลอดชนิดนี้มี 2 ขนาดคือ
1.หลอดยาวเหมือนหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เราใช้ตามบ้าน
2.หลอดอ้วนเหมือนกับหลอดไฟมีไส้

เมื่อ ทราบว่าหลอดแบล็คไลท์มีหลักการทำงานอย่างไร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ หรือหน่วยงานใดได้บ้างแล้ว  เรามารู้จักกับเส้นทางของหลอดไฟ ว่ามีต้นกำเนิดอย่างไร และผู้ที่คิดค้นประดิษฐ์หลอดไฟคนแรก คือใคร

 

ต้นกำเนิดหลอดไฟ
           เมื่อถามว่า ถึงผู้ที่ประดิษฐ์หลอดไฟขึ้นเป็นคนแรก ร้อยทั้งร้อยคงตอบว่า
ทอ มัส เอดิสัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เอดิสันไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตาม ที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน และบุคคลที่ประดิษฐ์หลอดไฟได้สำเร็จคนหนึ่ง คือ โจเซฟ วิลสัน สวอน นักฟิสิกส์และนักเคมีชาวอังกฤษ เขาได้ใช้ไส้คาร์บอนกับตัวหลอดไฟชนิดพิเศษ ออกแบบให้ม้วนเป็นวงๆ ขดๆ แล้วต่อตรงเข้ากับสายไฟ โดยทดลองสิ่งที่จะมาสร้างสรรค์เป็นขดคาร์บอนจากวัสดุหลายๆอย่างทั้งกระดาษ ลินิน คอตตอน แม้แต่เศษไม้
ในที่สุดเขาก็ได้สิ่งที่ดีที่สุด นั่นก็คือไส้คาร์บอนจากเยื่อไผ่ ที่ทำให้หลอดไฟสามารถใช้งาน
ได้นานถึง   1,200    ชั่วโมง  ซึ่งนานกว่าที่เอดิสันได้ทำไว้   คือ  13 ชั่วโมง

 

สาเหตุที่ไม่ค่อยมีคนนึกถึง โจเซฟ สวอน ในฐานะผู้ประดิษฐ์หลอดไฟสำเร็จเป็นคนแรกเนื่องมาจากเอดิสันพัฒนาส่วนของวงจร ไฟฟ้าประกอบไปด้วย คนที่ซื้อหลอดไฟของสวอน
ไปใช้จะต้องหาอุปกรณ์อื่น เพิ่มเติมเอง ในขณะที่ เอดิสันเลือกที่จะเดินสายไฟฟ้าไปยังบ้านต่างๆ ให้ด้วย การใช้หลอดไฟของเอดิสันจึงสะดวก แพร่หลาย และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากกว่า
เอดิสันยังพัฒนาวงจรขนานเพื่อใช้ควบคุม การเปิดปิดหลอดไฟเป็นบางดวง นอกจากนั้น หลอดไฟของ เอดิสันก็มีประสิทธิภาพสูงกว่าด้วย

 
หลอดไฟแบบแรกที่เรารู้จัก คือ หลอดไฟดวงกลมๆ ชื่อที่แท้จริง คือ หลอดอินแคนเดสเซนส์
ที่ให้แสงสีเหลือง โดยการกำเนิดของหลอดชนิดนี้อาศัยความรู้ที่ว่า เมื่อวัตถุร้อนเกิน
1,000 เคลวิน ก็จะเป็นแรงขับให้เกิดการเปล่งแสงออกมา

 

หลอดไส้ทั่วไป มักมีโครงสร้างเป็นหลอดแก้ว  ภายในบรรจุก๊าซเฉื่อยแรงดันต่ำไว้   และส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ไส้ที่ทำมาจากขดลวดทังสเตน หลอดไฟที่ใช้กันในปัจจุบันจะมี
2 ประเภท คือ

 

  1. หลอดแบบมีไส้    หลอดไส้ทำมาจากทังสเตน  มีทั้งแบบขั้วเกลียวและขั้วเขี้ยว และมีทั้งแบบหลอดใสและหลอดฝ้า หลอดชนิดนี้ไม่ช่วยนำการประหยัดพลังงานและเมื่อให้ความร้อนมากก็จะสิ้น เปลืองมากเช่นกัน เช่น หลอดไส้ชนิดเดย์ไลท์ทู หลอดไฮโดรเจน หลอดไส้แบบใส เป็นต้น
  2. หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือ หลอดนีออน  ที่นิยมใช้กันตามบ้านเรื่อนทั่วไป เนืองจาก
    มี ประสิทธิภาพสูง และมีอายุการใช้งานที่ทนทาน แสงที่เปล่งออกมาจากหลอดเกิดจากการเคลือบสารเรืองแสง หลอดนีออนให้แสงสว่างที่ชัดเจน ไม่ร้อนและช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดแบบมีไส้ เช่น  หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบหลอดยาว
    หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบหลอดกลม   หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบหลอดตะเกียบ
    เป็นต้น

 

หลอดฟลูออเรสเซนต์

 

 

หลอดธรรมดา หรือหลอดแบบมีไส้

 

 

 

 

 

 

 

 

          บทที่ 3

 

อุปกรณ์เเละวิธีการดำเนินงาน

 

วัสดุเเละอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา

 

1. ตะกร้าพลาสติก
            2. หลอดแบล็คไลท์  ขนาด  0.075 A  170-250V
3. ผ้าดำ
4. อุปกรณ์ไฟฟ้า
ตัวเก็บประจุ  1 ตัว
ไดโอด          7 ตัว
รีซิสเตอร์     2 ตัว
แบตเตอรี่
5. ลวด จำนวน 110 เส้น
6. สายไฟ  ขนาด 16 A  250 V
7.
ไม้อัด ขนาดความกว้าง 16  เซนติเมตร ยาว 18 เซนติเมตร
           8. คีมปากเล็ก

 

 

 

วิธีการดำเนินงาน 

 

หลอดแบล็คไลท์
1. นำแผ่นไม้อัดมาตัดให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความกว้าง  16  เซนติเมตร
และยาว 18 เซนติเมตร เพื่อเตรียมใช้ทำเป็นฐาน
2. นำแผ่นอะคริลิคมาตัดให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 16  เซนติเมตร
และยาว 18 เซนติเมตร เท่าแผ่นไม้อัดที่ตัดเตรียมไว้
3. นำแผ่นอะริคลิคที่ตัดเตรียมไว้มาตัดให้มีช่องว่างตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
โดยให้เหลือขอบด้านละ 3 เซนติเมตร
4. ใช้สว่านเจาะไม้อัดให้เป็นหลุมลงไป โดยไม่ให้ทะลุไม้อัด  และเว้นขอบไว้
1 เซนติเมตร
5. เจาะรูตรงกลาง ริมด้านกว้างฝั่งใดฝั่งหนึ่งของแผ่นไม้อัด ให้มีขนาดเท่ากับบัลลาสต์ของหลอดแบล็คไลท์  พร้อมทั้งเจาะรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไว้ข้างๆ เพื่อใส่สวิตช์ไฟ
6. เจาะรูบนแผ่นไม้อัดให้มีระยะห่าง 0.5 เซนติเมตร รอบๆแผ่นไม้อัด โดยเว้นช่องไว้สำหรับหลอดแบล็คไลท์  จำนวน  110  รู
7. เจาะรูบนแผ่นอะคริลิคให้มีระยะห่าง 0.5 เซนติเมตร รอบๆแผ่นอะคริลิค
จำนวน  110 รู
8. นำลวดมาตัดให้มีขนาด 23 เซนติเมตร  จำนวน 110 เส้น
9. นำหลอดนม มาตัดให้มีขนาด 1.5 เซนติเมตร จำนวน  55 อัน เพื่อนำมาสวมปลายลวดด้านที่ติดกับไม้อัด
10. นำแผงวงจรซ็อตยุงมาติดกับแผ่นไม้อัด พร้อมต่อสายไฟเข้ากับแบตเตอรี่และสวิตช์ไฟ
11. ใช้คีมปากเล็กหนีบลวด จำนวน 55 เส้น ให้มีรอยไว้สำหรับต่อขั้วบวก ขั้วลบ
12. นำลวดทองแดงมาพันตรงที่ใช้คีมหนีบเพื่อไม่ให้ลวดทองแดงเคลื่อนที่
13. นำแผ่นอะคริลิคที่เจาะรูแล้วมาเสียบเข้ากับลวดและลวดจะต้องเหลือเลย
แผ่นอะคริลิคประมาณ 1.5 เซนติเมตร
14.  ดัดลวดที่เหลือให้ติดกับแผ่นอะคริลิคแล้วนำเทปกาวมาปิดลวดที่ขดไว้ไห้ติดกับแผ่นอะคริลิค
15.  ทดสอบด้วยการ เสียบปลั๊กและเปิดสวิทดูถ้าหากว่าไฟติดก็แสดงว่าสิ่งประดิษฐ์นี้ พร้อมที่จะใช้งานได้

ผ้าคลุม
1. นำแผ่นไม้อัดมาตัดให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความกว้าง  16  เซนติเมตร
ยาว 18 เซนติเมตร เพื่อเตรียมใช้ทำเป็นฐาน
2. นำแผ่นอะคริลิคมาตัดให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 16  เซนติเมตร
และยาว 18 เซนติเมตร เท่าแผ่นไม้อัดที่ตัดเตรียมไว้
3. นำแผ่นอะริคลิคที่ตัดเตรียมไว้มาตัดให้มีช่องว่างตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยให้เหลือขอบด้านละ 3 เซนติเมตร
4. ใช้สว่านเจาะไม้อัดให้เป็นหลุมลงไป โดยไม่ให้ทะลุไม้อัด  และเว้นขอบไว้
1 เซนติเมตร
5. เจาะรูบนแผ่นไม้อัดให้มีระยะห่าง 0.5 เซนติเมตร รอบๆแผ่นไม้อัด จำนวน  110  รู

 

6. เจาะรูบนแผ่นอะคริลิคให้มีระยะห่าง 0.5 เซนติเมตร รอบๆแผ่นอะคริลิค
จำนวน  110 รู
7. นำลวดมาตัดให้มีขนาด 23 เซนติเมตร  จำนวน 110 เส้น
8. นำหลอดนม มาตัดให้มีขนาด 1.5 เซนติเมตร จำนวน  55 อัน เพื่อนำมาสวมปลายลวดด้านที่ติดกับไม้อัด
9. นำแผงวงจรซ็อตยุงมาติดกับแผ่นไม้อัด พร้อมต่อสายไฟเข้ากับแบตเตอรี่และสวิตช์ไฟ
10. ใช้คีมปากเล็กหนีบลวด จำนวน 55 เส้น ให้มีรอยไว้สำหรับต่อขั้วบวก ขั้วลบ
11. นำลวดทองแดงมาพันตรงที่ใช้คีมหนีบเพื่อไม่ให้ลวดทองแดงเคลื่อนที่
12. นำแผ่นอะคริลิคที่เจาะรูแล้วมาเสียบเข้ากับลวดและลวดจะต้องเหลือเลยแผ่นอะคริลิคประมาณ 1.5 เซนติเมตร
13.  ดัดลวดที่เหลือให้ติดกับแผ่นอะคริลิคแล้วนำเทปกาวมาปิดลวดที่ขดไว้ไห้ติดกับแผ่นอะคริลิค
 

 

 ระยะเวลาในการดำเนินโครงงาน
ตั้งแต่ วันที่ 8 กันยายน – วันที่  22 กันยายน พ.ศ. 2553

 

วันที่ทำโครงงาน กิจกรรมที่ทำ สถานที่ทำโครงงาน
8 กันยายน พ.ศ. 2553 สมาชิกในกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องที่จะทำโครงงาน และเขียนเสนอให้อาจารย์ดู มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
10 กันยายน พ.ศ. 2553 นำเสนอเรื่องที่จะทำให้อาจารย์แก้ไขประบปรุง เมื่อได้เรื่องที่จะทำแล้วสมาชิกในกลุ่มได้มาพูดคุยถึงรูปแบบที่จะทำอีกครั้ง มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
11 -18 กันยายน พ.ศ. 2553 ลงมือปฎิบัติ และ เขียนแผนโครงงาน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตและห้องพักนักศึกษา
20 กันยายน พ.ศ. 2553 ทำแผงโครงงาน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
      22  กันยายน พ.ศ. 2553 นำเสนอโครงงาน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต

 


ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
ตัวแปรต้น                   – หลอดแบล็คไลท์ , ผ้าดำ
ตัวแปรตาม                  – การกำจัดแมลงและยุง
ตัวแปรควบคุม            – สถานที่ และ เวลาที่ใช้ในการทดลอง

 

 

 

 

 

 

 

 บทที่ 4
การวิเคราะห์และรายงานผล

 
จากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง  ผลปรกฏว่า
ในสถานที่เดียวกัน คือ  บริเวณที่ไม่มีแสง  ภายในเวลา   30 นาที  พบว่า
– หลอดแบล็กไลท์  กำจัดแมลงและยุงได้   จำนวน    15-20  ตัว
–  ผ้าดำ  กำจัดยุง ได้จำนวน    25-40 ตัว

เมื่อศึกษาเปรียบเทียบระหว่างหลอดแบล็คไลท์กับผ้าดำ  ภายในเวลา 30 นาที พบว่า
1. หลอดแบล็คไลท์สามารถกำจัดแมลงได้
2. ผ้าดำสามารถกำจัดยุงได้ดีกว่าแมลง
3. สิ่งประดิษฐ์ทั้งสองมีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงและยุงเท่าๆกัน แต่ผ้าดำจะเห็นผลในด้านการกำจัดยุงมากกว่าหลอดแบล็คไลท์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 บทที่  5
ผลการศึกษา

 
ผลการทดลอง สรุปว่า
จาก การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง สิ่งประดิษฐ์พิชิตแมลงและยุง ผลปรากฎว่า สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลอดแบล็คไลท์ สามารถกำจัดแมลงได้ดีว่ายุง เนื่องจากหลอดไฟที่ใช้มีสีดำ เมื่อเปล่งแสงออกมาจะให้สีออกม่วงๆ ทำให้แมลงบินเข้ามาได้ดีกว่ายุง ส่วนสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ผ้าดำคลุมนั้น สามารถกำจัดยุงได้ดี และมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ใช้หลอดแบล็คไลท์ เนื่องจากยุงมีนิสัยชอบความมืดประกอบกับวัสดุที่ใช้นั้นเป็นสีดำ จึงกำจัดยุงได้ดีกว่าแมลง
            จากการทดลอง สรุป ได้ว่า  สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลอดแบล็คไลท์สามารถกำจัดแมลงได้ดีกว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ผ้าดำ

ประโยชน์ที่ได้จากการทำโครงงาน
1. สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถกำจัดแมลงและยุงได้
2. ทำให้ทราบว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากหลอดแบล็คไลท์สามารถกำจัดแมลงได้ดีกว่าที่ใช้
ผ้าดำ
3. ทำให้ทราบว่าสิ่งปริษฐ์ที่ทำจากผ้าดำสามารถกำจัดแมลงได้ดีกว่า ที่ใช้
หลอดแบล็คไลท์

 

การอภิปรายผล/ข้อเสนอแนะ
ในการทดลอง ผู้จัดทำได้ใช้ หลอดแบล็คไลท์มาใช้เพื่อเป็นตัวล่อยุง ถ้าผู้สนใจจะนำสิ่งประดิษฐ์นี้ไปทดลองใช้ สามารถที่จะเปลี่ยนจากหลอดแบล็คไลท์เป็นหลอดนีออน สีอื่น
เช่น หลอดสีม่วง หรือ สีเหลือง เพื่อสังเกตประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงและยุงว่าจะให้ผลดีหรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม

 
ไพรัตน์  ยิ้มวิลัย. (2553). โลกของการส่องสว่างด้วยแสงและหลอดไฟ. (ออนไลน์).
แหล่งที่มา: http://www.vcharkarn.com/varticle/40430 . วันที่สืบค้น 15 กันยายน 2553.

โพสต์ทูเดย์. (2552). หลอดไฟ แสงสว่างที่ไม่ต้องจำเป็น สู่สิ่งขาดไม่ได้. (ออนไลน์).
แหล่งที่มา: http://www.measwatch.org/autopage/show_page.ph . วันที่สืบค้น 20 กันยายน 2553.

 

 

จัดทำโดย


1. นางสาวพนิดา         ขุมคำ                      รหัส 52111320111
2. นางสาวชุติมา          คล้ายอักษร             
รหัส 52111320127
3. นางสาวกนกพร       บาลนคร                  รหัส
52111320133
4. นางสาวศุภาพิชญ์   สาใจ                        รหัส
52111320138
5. นางสาวศิวาพร       อินทร์มณี                  รหัส
52111320150

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: