ไข่เค็มจากกลิ่นใบเตยและตะไคร้

บทที่ 1

 

บทนำ

 

ที่มาและความสำคัญ

 

            เนื่องจากในชุมชนมีการเลี้ยงเป็ดไข่กันมาก เพราะช่วงนี้ก็เป็นช่วงฤดูร้อนซึ่งร้อนกว่าปกติจะทำให้ไข่เป็ดเน่าเสียเร็วผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการถนอมอาหารเอง โดยการนำไข่เป็ดมาทำเป็นไข่เค็ม แต่เนื่องจากในชุมชนและท้องตลาดมีรสชาติของไข่เค็มแบบธรรมดา  จึงได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาไข่เค็มให้มีกลิ่นและรสชาติของใบเตยและตะไคร้

 

                ในการทำโครงงานไข่เค็มจากกลิ่นใบเตยและตระไคร้จึงมีแนวคิดใหม่ในการพัฒนาให้ มีไข่เค็มโดยการมีกลิ่นและรสชาติของใบเตยและตระไคร้

 

 

จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

 

1.             พัฒนารสชาติและกลิ่นของไข่เค็มให้มีคุณภาพมากขึ้น

 

2.             เพิ่มคุณค่าของไข่เค็มและสมุนไพรในท้องถิ่น

 

3.             ศึกษากลิ่นที่นำมาทำไข่เค็ม      

 

 

สมมติฐาน

 

                ได้ไข่เค็มกลิ่นใบเตยและตระไคร้

 

                ตัวแปรต้น       สารสกัดจากใบเตยและตระไคร้

 

                ตัวแปรตาม      กลิ่นและรสชาติที่เกิดขึ้น

 

                ตัวแปรควบคุม ระยะเวลาในการดองไข่    สถานที่   อุณหภูมิ   ขวด   น้ำ         

 

 

ขอบเขตการจัดทำโครงงาน

 

1.             ดองไข่เค็มจำนวน  10  ฟอง

 

2.             เวลาการดอง  3  สัปดาห์

 

3.             ใช้เฉพาะสารสกัดจากใบเตยและตระไคร้เท่านั้น

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

 

1.             เป็นการยืดอายุให้กับไข่เค็ม

 

2.             เป็นการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ

 

3.             สามารถนำไข่เค็มมาทำเป็นอาชีพเสริมในครอบครัว,ในชุมชนได้ลดปัญหาการว่างงานเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับคนในชุมชน

 


 

 

บทที่ 2

 

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

ทฤษฎีหรือแนวความคิดในการจัดทำโครงงาน

 

 

                การถนอมอาหารก็คือ การรักษาอายุธรรมชาติและสีสันของอาหารซึ่งเกิดจากการปรุงอาหาร การถนอมอาหารโดยการดองเป็นการถนอมอาหารแบบหนึ่งในความเข้มข้นของเกลือ น้ำตาลควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยการจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดหลิกติคและป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเน่า การถนอมอาหารนี้ใช้กับผัก ผลไม้และไข่

 

ไข่เค็ม เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง โดยมักจะใช้ไข่เป็ดแล้นำไปแช่ในน้ำเกลือเพื่อให้เกลือซึมเข้าไปในเนื้อของไข่ เพื่อสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น โดยการทำไข่เค็มก็สามารถใส่กลิ่นต่างลงไปได้ โดยการนำสมุนไพรที่มีกลิ่นมาบดให้ละเอียดและก็ต้มในน้ำเกลือแช่ไข่เป็ดลงในน้ำเกลือนั้นเมื่อเย็นแล้ว

 

 

เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องในการจัดทำโครงงาน

 

 

เราจะได้คุณประโยชน์จากไข่เป็ดเป็นแหล่งโปรตีนและเป็นอาหารจำเป็นต่อร่างกายประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็น ธาติเหล็กช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ฟอสฟอรัสและแคลเซียม วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาช่วยในการมองเห็น ช่วยให้สภาพอาการมองเห็นได้ดีในที่มืดและสว่าง วิตามิน บี 2 ช่วยบำรุงผิวแล้วก็ยังมีคาร์โบไฮเดรต ไข่มันและน้ำเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงมาก และราคาก็ถูก

 


 

 

ความหมายของไข่

 

ประโยชน์ของไข่ และ การบริโภคที่เหมาะสม “เพื่อสุขภาพที่ดี”

 

ประโยชน์ของไข่นั้นมีมากมายอย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าจะได้ ประโยชน์ของไข่ อย่างสูงสุดก็ควรที่จะมีการบริโภคหรือการกินไข่ที่เหมาะสมตามวัยกันอีกด้วยค่ะ เพื่อที่จะได้รับ ประโยชน์ของไข่ อย่างเต็มที่ให้กับร่างกาย และวันนี้เราก็นำเกร็ดความรู้เรื่องประโยชน์ของไข่และการบริโภคไข่ที่เหมาะสมมาฝาก เพื่อให้ทุกคนได้รับความรู้และปฏิบัติตามกันอย่างควบคู่กันไปเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ โดยปกติคนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกรับประทานไข่เป็นอาหารหลักกันอยู่แล้วไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยเท่านั้นต่างชาติหลายๆ ประเทศก็มักจะนิยมบริโภคไข่เป็นอาหารหลักด้วยกันทั้งนั้น

 

ประโยชน์ของไข่
1. ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน โดย 1 ฟองจะมีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัม และกรดอะมิโนสำคัญอีก 9 ชนิด
                2. ผลจากการทำวิจัยโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ดพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการบริโภคไข่กับการเกิดโรคหัวใจ แถมยังมีผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่พบว่า การบริโภคไข่เป็นประจำยังช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนเส้นเลือดอุดตันในสมองและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
                3. ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี โดยโคลีนอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีจัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟองจะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัม
                4. ไข่อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6 ฟองต่อสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44
                5. ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูงรวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี12 มาก่อน 

 

 ความหมายของใบเตย

 

ความหมายและประโยชน์ของใบเตย

 

ใบเตย หรืออีกหนึ่ง สมุนไพรใบเตย ที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะนอกจากเราจะใช้ ใบเตย ในการประกอบอาหารหลาย ๆ อย่าง อีกทั้ง ยังให้กลิ่งหอมและทีสำคัญที่สุด สรรพคุณของใบเตย ยังมีอีกมายมายนักคุณอาจจะคิดไม่ถึง นั้นเรามามาดูสรรพคุณและ ประโยชน์ของใบเตย กันเลยดีกว่าค่ะ

 

สรรพคุณ และ ประโยชน์ ใบเตย

 


การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า เตยหอมมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ขับปัสสาวะ ซึ่งฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่กล่าวไปทั้งหมดนั้น ซึ่งมาจากการทดลองในห้องทดลอง นอกจากนี้ได้มีการทำศึกษาวิจัย โดยนำน้ำต้มรากเตยหอมไปทดลองในสัตว์ทด ลองเพื่อดูฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดปรากฏว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้ จึงนับได้ว่าสมุนไพรเตยหอมเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าอีกชนิดหนึ่งสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มรับประทานเองได้

 

วิธีใช้ตามภูมิปัญญาไทย

 

 

ใช้ใบเตยสดเป็นยาบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่นช่วยลดอาการกระหายน้ำ รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะใช้รักษาเบาหวานประโยชน์ทางยาเตยหอมมีรสเย็นหอมหวาน บำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น โดยมากนิยมใช้น้ำใบเตยผสมอาหารคนไข้ทำให้เกิดกำลัง ลำต้นและรากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้น้ำเบาพิการ และรักษาโรคเบาหวาน ใบช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่นลดกระหายน้ำและอาจใช้ใบตำพอกรักษาโรคหัด โรคผิวหนัง

 

 

ความหมายของตะไคร้

 

ความหมายและประโยชน์ของตะไคร้

 

ตะไคร้บ้าน ตะไคร้แกง คาหอม จะไคร้ เชิดเกรย  และไคร้ ตะไคร้แดง ตะไคร้มะขูด จะไคร้มะขูด
ชื่อสามัญ    LemonGrass, Lapine
ชื่อวิทยาศาสตร์    Citronella citrates  

 

ชื่อวงศ์      Gramineae    
ต้น 
เป็นไม้ล้มลุกจะขึ้นเป็นกอใหญ่ สูงประมาณ 1 เมตร ลักษณะของลำต้น ตั้งตรง แข็ง เกลี้ยง และตามปล้อง (กาบของโคนต้น) มักมีไขปกคลุมอยู่ ความสูงวัดจากโคนถึงกาบใบ ประมาณ 30 เซนติเมตร
เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นจะตั้งตรง แต่แตกออกมา เป็นกอ สูงประมาณ 2 เมตร ที่โคน จะเป็นกาบชั้น ๆ เหมือนตะไคร้บ้าน แต่ไม่มีไขปกคลุม เหมือนตะไคร้บ้าน ความสูงวัดจากโคนต้น ถึงกาบใบประมาณ 60-75 เซนติเมตร
ใบ
ใบเดี่ยว แตกออกเป็นกอ รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม ยาว 30-60 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร ผิวใบด้านบนระคายมือเล็กน้อย ส่วนด้านล่างจะเรียบ ขอบใบเรียบ มีใบยาวและกว้างกว่าตะไคร้บ้านยาวประมาณ 1 เมตร กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร เส้นกลางใบแข็ง ขอบใบจะมีขนขึ้นเล็กน้อย เมื่อส่องดูในที่มีแสงสว่างจะเห็นว่าขอบใบไม่เรียบ และผิวใบจะสากมือทั้งสองด้าน

 

 

   สรรพคุณ

 


  ทั้งต้น ใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ และแก้อหิวาตกโรค และยังใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น รักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ 
ใบ ใบสด ๆ     ช่วยลดความดัน โลหิตสูง แก้ไข้
ราก                ใช้เป็นยาแก้ไขปวดท้องและท้องเสีย
ต้น                 ใช้เป็นยาขับลม แก้เบื่ออาหาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว เป็นยาบำรุงธาตุไฟให้เจริญ
น้ำมัน             มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา และมีกลิ่นไล่สนุขและแมว
ทั้งต้น            ใช้เป็นยาแก้ปากแตกระแหง แก้ริดสีดวงในปาก ขับลมในลำไส้ แก้แน่น ขับโลหิตระดู

 

 

 

บทที่  3

 

วัสดุ อุปกรณ์และการทดลอง

 

วัสดุและอุปกรณ์

 

1.             ไข่เป็ด        10  ฟอง

 

2.             ใบเตย         1  กรัม

 

3.             ตะไคร้        1   กรัม    

 

4.             เกลือ           2   ถุง

 

5.             น้ำสะอาด   5   ลิตร

 

6.             ขวดโหล     2   ใบ

 

7.             หม้อต้ม       1  ใบ

 

8.             เตาไฟ          1 ใบ

 

9.             กะละมัง      1  ใบ

 

10.           เครื่องปั่น    1   เครื่อง

 

11.           ตรอง          1  ชิ้น

 

12.             มีด              1   ด้าม

 

13.           เขียง           1    อัน

 

 

 

 

วิธีการทดลอง

 

1.             ล้างไข่เป็ดให้สะอาดวางเรียงในภาชนะไว้ให้แห้ง

 

 

 

 

 

   

 

  

 

 

 

 

 

 

   2.             ล้างทำความสะอาด  ใบเตย 1 กรัม และ ตะไคร้ 1 กรัม

 

    3.             นำใบเตยและตะไคร้มาหั่นและมาบดให้ละเอียด

 

       

 

 

 

  4.             ตวงน้ำใบเตยและน้ำตะไคร้และเกลือตามอัตราส่วนจากนั้นนำใส่ในภาชนะที่                                            

 

                 เตรียมไว้

 

       5.            เทใส่ลงในไข่เป็ดที่วางเรียงอยู่ในภาชนะบรรจุ(ใส่โดยไม่ตรองเอากาก      

 

                       สมุนไพรออก)

 

        

 

      

 

6.             เริ่มทำการทดลองไข่เค็มของใบเตยและตะไคร้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

 

 

7.             ดองไข่เค็มใบเตยและตะไคร้ได้ระยะเวลา 10วัน แล้วนำมาทดลองสอบว่ามีกลิ่นบนของเปลือกไข่

 

8.             ดองไข่เค็มใบเตยและตะไคร้ได้ระยะเวลา 15วัน แล้วนำมาทดลองสอบว่ามีกลิ่นบนของเปลือกไข่

 

9.             ดองไข่เค็มใบเตยและตะไคร้ได้ระยะเวลา 21วัน แล้วนำมาทดลองสอบว่ามีกลิ่นบนของเปลือกไข่

 

10.      จากนั้นสังเกตและบันทึกผล

 

 

 

บทที่ 4

 

การผลการวิเคราะห์ทดลอง

 

 

ว/ด/ป
รายการ
ผลการวิเคราะห์
กลิ่น
รสชาติ / ความเค็ม
20  / ส.ค /2555
ใบเตย
P
ตะไคร้
P
25 /ส.ค / 2555
ใบเตย
P
P
ตะไคร้
P
P
29 /ส.ค / 2555
ใบเตย
P
P
ตะไคร้
P
P

 

 

 บทที่ 5

 

สรุปผลและข้อเสนอแนะ

 

        สรุปผล

 

                จากผลการทดลองพบว่า

 

ไข่เค็มใบเตยและตะไคร้ที่ได้ทดลองผลออกมาเมื่อทดสอบแล้วกลิ่นหอม รสชาติเค็ม  ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีกลิ่นที่หอม  เนื่องมาจากกลิ่นของใบเตยและตะไคร้และได้กลิ่นรสชาติที่แตกต่างจากไข่เค็มธรรมดา

 

     ประโยชน์

 

1. สามารถแปรรูปสมุนไพรที่มีในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์

 

2. มีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

 

3. ได้รับความรู้จากการทำโครงงาน ทั้งการผลิต การแปรรูป

 

4. เพื่อเพิ่มมูลค่าของพืชสมุนไพรให้เพิ่มขึ้น

 

        ข้อเสนอแนะ

 

            1.   ข้อเสนอแนะในการนำผลการทดลองไปใช้

 

                       1.1. ผลการศึกษาพบว่า ควรจะมีการใช้วัตถุดิบหรือส่วนผสมที่มากขึ้น มีการนำสมุนไพรชนิดอื่นมาใช้ทำในการทดลอง และควรพัฒนาต่อยอดของโครงงานให้สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์

                   1.2.ไข่เค็มใบเตยและตะไคร้สามารถควรที่จะนำออกไปสู่ตลาดได้เหมือนไข่เค็มอื่นๆ                      

2 comments on “ไข่เค็มจากกลิ่นใบเตยและตะไคร้

  • Leave a Reply

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

    Connecting to %s

    %d bloggers like this: